โปรแกรมการเดินทาง


04.00 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง ประตู 6 ชั้น3 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายบินนกแอร์ (DD) พร้อมพบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน

06.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยสายบิน NOK AIR เที่ยวบินที่ DD4230

07.15 น. เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว(เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)

นำท่านชม พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำ นวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะชื้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กระรัต และทับทิม 2,317 เม็ด ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่าและชาวต่างชาติมากมายที่พากันเที่ยว

ชมและนมัสการทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย โดยกล่าวขานกันว่า ทองคำที่ใช้ใน การก่อสร้างซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มีจำนวนมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ที่ธนาคารชาติ อังกฤษเสียอีกและนับเป็นมหาเจดีย์ที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

นำท่านชมเจดีย์เจ๊าทัตจีหรือพระนอนตาหวานซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่ สุด มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทยที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ เป็นศิลปะพม่าที่งดงามโดยมีขนาดความยาวขององค์ 70 เมตร

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ!! HOTPOT CITY

จากนั้นเดินทางสู่ พระเจดีย์โบตาทาวน์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์โบตะตองแห่งนี้ก่อน พระเจดีย์แห่งนี้ได้ถูก ทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยมีความแตกต่างกับพระเจดีย์ทั่วไปคือ ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญ พระบรมธาตุไว้ในผอบทองคำให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนผนังใต้ฐานเจดีย์ ได้นำทองคำและของมีค่าต่าง ๆ ที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายแก่องค์พระเจดีย์ มาจัดแสดงไว้ นำท่านสักการะขอพรจาก “เทพทันใจ” (นัตโบโบยี) ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนา

จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน เพื่อสักการะ เทพกระซิบ ซึ่งมีนามว่า “อะมาดอว์เมี๊ยะ” ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้ว ซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมากเช่นกันการบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้

เราจะนำท่านช้อปปิ้ง ตลาดสก็อต ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีสินค้าของที่ระลึกมากมาย อาทิ อัญมณี ทับทิม ไพลิน หยก ไข่มุก เครื่องเงิน เครื่องหวาย งานฝีมือ เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้าโสร่ง จากนั้นนำท่านสู่ วัดบารมี เพื่อสักการะบูชา พระเกศาของของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระธาตุ นั้นเมื่อนำมาวางบนจานแก้วแล้วจะสามารถเคลื่อนไหวได้อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วยไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่างๆ

เมื่อเราไหว้พระอิ่มบุญแล้วนำท่านสู่ ปางช้างเผือก (Royal White Elephant Garden) ซึ่งเป็นสถานที่เลี้ยงดูช้างจะมีช้างเผือก ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์มงคลและแสดงถึงบุญบารมีของผู้ครองนครนั้นๆ และช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยและชาวพม่า ที่หาชมได้ยากในปัจจุบันนี้ โดยปางช้างเผือกแห่งนี้มีช้างเผือกอยู่ 3 ช้าง ตามความเชื่อของคนสมัยก่อนเชื่อว่า ขนหางของช้างเผือกถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง ที่สามารถป้องกันคุณไสย เสนียดจัญไร แก่ผู้ที่ครอบครองได้ จึงนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น แหวน กำไรข้อมือ เพื่อใส่ไว้ติดตัว จากนั้นนำท่านชม วัดพระหินอ่อน ให้ท่านนมัสการ พระหินอ่อน องค์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบิน มิงกาลาดง เมืองย่างกุ้ง

ค่ำ อิสระอาหารค่ำ ในสนามบิน

21.00 น. ออกเดินทางจากกรุงย่างกุ้ง กลับกรุงเทพฯ โดยสายบิน NOK AIR ด้วยเที่ยวบินที่ DD4239

22.55 น. เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ

รีวิวทัวร์

There is no review

Write a review

  • Sleep
  • Location
  • Service
  • Cleanliness
  • Room(s)